Perfil de napalaiต้นอ้อ..ที่ไม่หวานFotosBlogListasMais Ferramentas Ajuda

Blog


26 de fevereiro

6 วิธีรักษา ความนับถือตัวเอง...

m32165

... การปกป้อง
การปกป้องความคิดของตัวเราเองหรือการปกป้องผลงานที่สร้างสรรค์ท่ามกลางคำวิจารณ์ของหัวหน้า และเพื่อนร่วมงาน นับเป็นหนึ่งในสถานการณ์ล่อแหลม เส้นบางๆ ที่แบ่งแยกตัวคุณระหว่างการได้รับยกย่องว่าเก่ง หรือหลงตัวเอง อีโก้จัด คือการแสดงออก ถ้าเรารู้จักใช้มันให้เป็น คุณจะได้ทั้งงานที่ตัวเองภาคภูมิใจ และสามารถรักษาจุดยืนได้อย่างยอดเยี่ยม และนี่คือแนวทางที่เราอยากแนะนำเพื่อให้คุณเป็นดาวเด่นที่มีคนชื่นชม

1. ชัดเจนและมั่นใจกับตัวเอง
สรุปกับตัวเองให้จบว่างานนี้คุณตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร จุดยืนของตัวเองคืออะไร และมันดีอย่างไร คุณเชื่อและมีเหตุผลมากพอที่จะรองรับในสิ่งที่คิดหรือยัง คุณมีข้อมูลมากพอที่จะปกป้องตัวเองและงานจากการมองต่างมุมหรือยัง ถ้ายัง…พัฒนามันจนคุณมั่นใจ แล้วลุยเลย
2. ชัดเจน มั่นใจกับการกระทำ และคำพูด
แม้จะเตรียมการมาดีพอ แต่การพูดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่ต้องอาศัยทักษะ และประสบการณ์ สำหรับมือใหม่ สิ่งที่ดีที่สุด คือการซักซ้อมในแบบสมมุติเหมือน เล่นละคร ลองบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือมองตัวเองจากกระจก แล้วสังเกตดูว่าบุคลิกภาพของคุณดีพอหรือยัง คำพูดชัดเจน มั่นใจ และกระชับ เข้าใจง่ายไหม ถ้าไม่เข้าข้างตัวเอง วิธีการนี้จะทำให้คุณได้ขัดเกลาตัวเองก่อนลงสนาม และแน่นอนว่า คุณจะรู้สึกมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกถึง 30% ทีเดียว
3. เตรียมใจสำหรับคำวิจารณ์์
สิ่งที่ต้องยอมรับ คือต่างคนต่างความคิด ดังนั้นสิ่งที่คุณนำเสนอแบบไร้ช่องโหว่ อาจมีคนคิดปลีกย่อยและหาข้อติเตียน วิจารณ์ อย่าเสียกำลังใจ อย่าโกรธ เกลียดเขา เพราะแม้บางคนจะทำด้วยอคติ แต่ก็มีหลายคนที่ทำไปโดยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหน คุณต้องรักษาภาพความเป็นกลางและฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งมีสติมากเท่าไหร่ ่คุณก็ยิ่งสามารถเคลียร์ข้อผิดพลาดที่พวกเขายกมาได้ดีเท่านั้น วิธีการที่ดี
ีคือการยิ้มและค่อยๆ คิด ค่อยๆ พูดให้เนิบช้าลงสักนิด ด้วยเสียงที่นุ่มนวลและเหตุผลมาตรฐานที่ไม่มีใครคัดค้าน คล้ายๆ กับที่บอกว่า…
โลกมีแรงโน้มถ่วง แอปเปิ้ลจึงตกลงพื้นนั่นแหละ
4. เตรียมใจสำหรับความผิดพลาด
กล่าวกันว่า คนที่ไม่ทำผิดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย ดังนั้นมันจึงเกิดขึ้นได้เสมอที่คุณอาจได้รับความผิดหวังจากความผิดพลาด สิ่งแรกที่ต้องทำคือ…ทำใจยอมรับ ในทุกสนามแข่งขัน ผู้ชนะ คือผู้ที่ลุกขึ้นเร็วที่สุดจากความผิดพลาด ดังนั้นถ้าคุณอยากแก้ตัวและมีบทสรุปแบบ Happy Ending คุณจึงต้องรีบได้คิดและออกตัวแก้ไข (ไม่ใช่ออกไข…แก้ตัว) ในสิ่งที่พลาดอย่างกล้าหาญ มีจรรยาบรรณด้วยสติปัญญา ความอ่อนโยน และใจเย็น
5. เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส
บางคนต่อสู้เพื่อตัวเองมาตลอดชีวิต แต่ไม่เคยชนะ บางคนแพ้มาตลอดชีวิตแต่กลับได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในโอกาสสำคัญ การเรียกความพ่ายแพ้ว่าเรื่องอับอาย หรือบทเรียน คือกุญแจ สำคัญ การมองย้อนไปแล้วนำความผิดพลาดของตัวเองมาพินิจพิจารณา รวมทั้งการหาคำแนะนำ หรือนำประสบการณ์ วิธีของผู้ได้รับความสำเร็จมาปรับใช้กับตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่ดีและทำให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองได้รวดเร็ว ที่สำคัญต้องเปิดใจกว้าง และปรับเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการอย่างจริงจัง และจริงใจ กล้าลองผิดลองถูก และขัดเกลาตัวเอง แล้ววันหนึ่งคุณจะได้รับ ชัยชนะในโอกาสสำคัญ
6. เปลี่ยนวิธีการแต่ไม่เปลี่ยนตัวเอง
ไม่มีสูตรสำเร็จในความสำเร็จ ที่ใช้ได้เสมอกัน เพราะทุกคนต่างกันด้วยพื้นฐานความคิด ครอบครัว ประสบการณ์ ดังนั้นการเลือกเปลี่ยนตัวเอง ต้องให้สอดคล้องกับบุคลิก ลักษณะ และข้อจำกัดในตัวคุณด้วย เช่นเดียวกับหนูซึ่งมองว่าราชสีห์นั้นยิ่งใหญ่ แต่ตัวเองกระจ้อยร่อย จะให้วางท่าสง่า ทำภูมิฐาน ก็ยิ่งชวนขบขัน แต่ถ้าใช้ความคล่องแคล่วในแบบเข้าไหนออกนั่นได้สะดวกโยธินมาพัฒนาให้ยอดเยี่ยม แม้แต่ราชสีห์ยังต้องพึ่งพิง เหมือนที่เราเคยอ่านในนิทานอีสป ดังนั้นสิ่งที่ต้องรักษาไว้เสมอ คือจุดเด่นของตัวเอง รวมทั้งความคิดที่ค้ำจุนความเชื่อมั่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ คือจริต วิธีการแสดงออก ที่เหมาะสมกับภาษา

ขอบคุณที่มา:GM
23 de fevereiro

สงครามนางฟ้า...ฉบับการ์ตูน (อย่างฮา)

รอก่อนนะ...วันนี้เวลาหมดเสียก่อนเลยยังไม่ลงให้อ่านกันไม่ทัน

30 de novembro

เราหาคู่แท้เจอได้ยังไง

 

to.JPG  

กาลครั้งหนึ่งนานมา แล้ว........
มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่
ทันใดนั้น ลูกศิษย์ คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์ คับ ผมสงสัยจังเลยว่า
เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงคับ อาจารย์
บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?

อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ)
อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ
แต่ในขณะ เดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ :( นั่งคิดอย่างหนัก)
อืม ?.... งงอะไม่เข้า ใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น
เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ
มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม
เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด
แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียว เท่านั้นนะ
แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้าง หน้าอย่างเดียวนะ
ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจ ไหม

ลูก! ศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ
(
ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนาม หญ้า)
หลังจากนั้นไม่ นาน....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับ จาน

อาจารย์ :อืม...แต่ ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ
ในมือเธอเลย หละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ ครับจาน
ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆ เนี่ย
ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวย กว่านี้
ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไป เรื่อย
รู้ตัวอีกที
มันก็ สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้
เพราะจานสั่ง ห้ามไว้

อาจารย์ : นั่น แหละ
คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ
เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับ เรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่ อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็ คือคนที่คุณชอบ
หรือคน! ที่ดึงดูดคุณนั่น แหละ

ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ
แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบ
คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ' เวลาไม่เคยย้อน กลับ '

ไม่ใช่แค่ความรักเท่า นั้น
เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำ งานร่วมกับคุณในชีวิต
หรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับ คุณ

ดังนั้น มันจึงเป็น สัจธรรมที่ว่า
จงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะ นี้
อย่ามัวแต่เสียเวลา
บาง ครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดี

20 de julho

ชีวิตใหม่...ความรักใหม่

 


ชีวิตใหม่... ความรักใหม่

          ความรักและมิตรภาพนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หรือเกิดได้เองหรอก แต่ต้องมาจากความตั้งใจใฝ่หา และรู้จักทะนุถนอม...

           จงใช้เวลาแก่ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ อย่าใจเร็วด่วนได้ ความชอบพออย่างแท้จริงจะค่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ

           จงซื่อสัตย์และเปิดเผยกับคนรัก การโกหก ไม่ซื่อสัตย์จะทำลายมิตรภาพ

           จงกระทำต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่คุณอย่างให้ผู้อื่น เขากระทำต่อตัวคุณ

           นึกไว้เสมอว่าคนรักของคุณไม่ใช่คนดีพร้อม ไม่มีใครดีหมดทุกอย่าง บางทีข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ของคนรัก ก็กลายเป็นความน่ารักได้ ถ้าคุณใจกว้างพอ

           จงภูมิใจในความสำเร็จของคนที่คุณรัก อย่านำไปเปรียบเทียบกับความสำเร็จของคุณหรือคนอื่นๆ เป็นอันขาด จงมองเฉพาะที่คนรักของคุณทำได้ จะมากกว่าคุณหรือน้อยกว่าคุณก็ “ดีมาก” ทั้งนั้น

           อย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นเสมอ แม้คนที่กำลังรักกันแทบจะกลืนกิน ก็ยังมีข้อขัดแย้งหรือไม่ลงรอยได้บ้าง

           ถ้าคุณพบคู่รักบางคู่คุยว่า เขาไม่เคยทะเลาะกันเลย ก็อย่าไปใส่ใจมากนัก เพราะเขาอาจไม่ได้ พูดกันเลย หรือไม่รักกันเลยก็ได้

           ในกรณีที่ยังไม่มีคู่รักที่แท้จริง จงเปิดใจให้โอกาสพบปะผู้คนอื่นๆ ให้มากขึ้น คุณจะได้มีโอกาสพบคนที่คุณอยากรักจริงๆ ได้

           จงมีส่วนร่วมต่อการสร้างความสัมพันธ์ อย่าคิดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าคุณให้ของขวัญราคาแพงแก่คนรัก แต่เขาตอบแทนด้วยของขวัญราคาด้อยกว่า ก็ไม่เป็นไรเพราะเขาอาจไม่สามารถให้อะไรกับตัวคุณได้เท่าที่คุณคาดหวังเอาไว้ ฝ่ายที่รับของจากคนรัก จงหาทางตอบแทนเสมอ แม้จะไม่เท่าและไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร อย่าเป็นฝ่ายรับฝ่ายเดียว

           จงเป็นนักฟังที่ดี แสดงว่าคุณเอาใจใส่และสนใจเขา เท่ากับแสดงว่าเขาเป็นคนสำคัญ

           จงยิ้มกับคนรักเสมอ การยิ้มทำให้รู้สึกว่าคุณเป็นคนมีมิตรไมตรี

           อย่าเปิดเผยความลับ หรือนินทาคนรักลับหลัง เพราะจะเป็นพิษต่อความรักอย่างยิ่ง

           อย่าใช้ความรักไปหลอกลวงคนอื่น

           จงถามเพื่อนที่สนิทว่า คุณมีจุดเด่นที่น่าประทับใจ หรือจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ทุกคนมีจุดอ่อนในตัว คุณจะได้พัฒนา ปรับปรุงตัวเองให้น่ารักมากขึ้น

           จงให้เวลาสำหรับความรักและคนรัก อย่าโหมทำงานมาก หรือออกสังคมมากไป จนทำให้สูญเสียคนที่เรารักและห่วงใยไป

           จงบอกคนรักว่า เขาทำให้คุณสุขหรือสบายใจอย่างไร เขาพอใจที่จะได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น เช่น “อยู่กับคุณแล้วรู้สึกสบายใจและมั่นใจดีมาก”

           อย่าพูดตัดพ้อ หรือต่อว่าโดยไม่คิด เช่น “คุณผิดเวลาอีกแล้ว” หรือ “เลิกกันดีกว่า” หรือ “คุณไม่รักฉันจริง” แต่จงบอกคนรักว่า “ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ใจคิดถึงคุณจัง” ทำนองนั้น

           อย่าท้อแท้เมื่อเกิดความเข้าใจผิดหรือขัดใจกัน จงทำสิ่งที่เลวร้ายให้กลายเป็นสิ่งที่ดีงามต่อไป โดยมุ่งมั่นถึงการรักษาสัมพันธภาพที่ดีเอาไว้ และพยายามควบคุมช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นเอาไว้ ให้ได้

           เรียนรู้อารมณ์ของคนที่คุณรัก อย่าหวังว่าเขาจะสดชื่น หรือเอาใจเก่งตลอดเวลา ในยามเขาเคร่งเครียดเหน็ดเหนื่อยจงอย่าสั่ง แต่จงให้ความสบายกายและความสบายใจแก่เขาตลอด

           อย่าลืมคำชมเชย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแก่ทุกคน จงชมคนที่คุณรัก คำชมจะทำให้ความรักยั่งยืน

           จงมีกิจกรรมร่วมกันที่สนุกสนาน เช่น การเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ลำบากนัก เล่นกีฬาบางอย่างด้วยกัน หรือเดินเล่นด้วยกัน เป็นต้น กิจกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบ แต่คนรักชอบก็น่าจะลองกิจกรรมเหล่านั้นดูบ้าง

           สนใจและช่วยจัดการในสิ่งจำเป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะเดินทางไปไกล จงคิดว่าเขาน่าจะต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง จงช่วยจัดหาหรือเพิ่มเติมให้เขานั้นแสดงถึงความเอาใจใส่ เขาอย่างแท้จริง

           อย่าคาดหวังว่า คนรักจะให้สิ่งที่คุณต้องการได้ครบถ้วน เพราะจะทำให้คุณผิดหวัง และเป็นอันตรายต่อความรัก

           อย่าดูหมิ่นหรือดูถูกคนรักว่าด้อยกว่า หรือเป็นหนี้บุญคุณ จงมองคนรักเหมือนคนที่เพิ่งพบและรู้ จักกัน และรักกันใหม่ๆ ทำให้เกิดความสนใจใยดีอยู่เสมอๆ ทุกๆ วัน ไม่เกิดความเบื่อหน่าย จำเจ

           อย่าบีบบังคับความรัก เพราะความรักไม่อาจสร้างขึ้นตามความต้องการได้ แต่จงปล่อยให้มันพัฒนาไปตามเงื่อนไขของมันเอง อาจจะเริ่มจากมิตรภาพก่อนแล้วกลายเป็นความรักก็ได้

           หลายๆ คนอ่านแล้วบอกว่าทำได้ยาก แต่อยากจะบอกว่า ไม่มีสิ่งใดยากเกินไปหรอก ถ้าเราทำเพื่อการพัฒนาตนเอง และพัฒนาความรัก จงใช้หลักง่ายๆ อีก 4 ข้อ คือ

            ฝืนทำบ่อยๆ แรกๆ ทำไม่คล่อง ก็จงฝืนทำไป

            ฝึกบ่อยๆ จนเป็นนิสัยที่ดีงาม

            ข่มใจ อย่าเพิ่งเลิก อย่าเพิ่งท้อถอย ถ้าผลออกมาไม่ถูกใจ หรือเกิดความโกรธหรือเบื่อหน่ายกลางคันเสียก่อน ก็จงข่มใจทำต่อไป ช่วยทำให้เกิดการฝืนและการฝึกบ่อยๆ ได้ดีขึ้น

            ลดตัวเองลง ต้องหมั่นลดตัวเอง อย่าอีโก้สูงนัก หรือคิดถึงแต่ตัวเองหรือมาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา เพราะจะทำให้คุณทำสิ่งใหม่ๆ ที่ดีๆ ไม่ได้เลย

          ลองดูนะครับ แล้วคุณจะมีความรัก มีความรักที่งดงามในหัวใจ และความรู้สึกได้แน่ๆ เป็นความสุขที่ใครๆ ก็อยากได้ผมขอให้ทุกท่านจงมีชีวิตใหม่ มีความรักใหม่ที่ดีๆ ตลอดไปนะครับ...


" เหงาจัง "


“เหงาจัง”

เขียนคำว่า . . . รักเป็นร้อยคำ
เขียนให้วัน . . . ที่เคยผูกพันจำได้ไหม
วันนี้ . . . ฉันอยู่คนเดียว . . . ไม่มีใคร
เขียนคำว่า . . . เหงาเก็บไว้ . . . ได้เป็นพัน

 

แล้วคนเดียวในชีวิต . . . ก็จากไป
จะให้หัน ไปทางไหนต่อจากนี้
ทางข้างหน้า . . . อีกยาวไกลที่มี
ฉันจะหากำลังใจดีๆ ได้จากใคร . . .

เหมือน . . . ตั๋วรถเมล์ขาดๆ
เศษกระดาษ . . . อีกกองใหญ่
เรื่องของเรา . . . อยู่ในของที่ไม่สำคัญอะไร
แต่เห็นแล้วเหงา. . . จนร้องไห้ทุกทีเลย . . .


เฮ้อ . . . อ่านแล้วเศร้า . . . เหงาจริงๆ
ไม่รู้ว่า . . . คนอ่านจะเหงาไปด้วยรึเปล่าหนอ?

สารพัดวิธีมองโลกในแง่ดี (ฉบบับวัยรุ่น)


 


สารพัดวิธีมองโลกในแง่ดี (ฉบับวัยรุ่น)

          วัยรุ่นมักมีคำถาม ทำไมโลกนี้มันช่างโหดร้ายยิ่งนัก มีแต่ปัญหาสารพันรอบตัว อยากให้ช่วยแนะนำวิธีทำให้โลกนี้มันดูน่ารักขึ้นหน่อยจะได้ไหม จะได้ไม่เบื่อชีวิต อดทนต่อสู้ชีวิตต่อไป

          "เพื่อนที่แสนดี" คือเพื่อนคู่คิด แนะนำวิธีมองโลกในแง่ดีต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องพบเจออยู่เสมอในชีวิตประจำวัน เป็นวิธีคิดที่สอดคล้องกับหลักพุทธศาสนา คือ สอดแทรกคุณธรรมไว้ในความคิดแต่ละแบบด้วย อาทิเช่น เมตตา กรุณา วิริยะ ปัญญา ศรัทธา กตัญญู ฯลฯ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลยในชีวิตประจำวัน

          วิธีคิดเหล่านี้นอกจากจะช่วยทำให้มองโลกนี้ให้สดใสยิ่งขึ้นแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติธรรมแบบง่าย ๆ ที่เหมาะสำหรับวัยรุ่นอีกด้วย

           เพื่อนนินทา : เพื่อนนินทาเรา แสดงว่าเราต้องมีดีอะไรสักอย่าง จนเพื่อนมันอิจฉา อย่างนี้เราน่าจะภูมิใจตัวเองแทนที่จะไปโกรธเพื่อนคนนั้น พูดง่ายๆ เขาไม่มีจุดเด่นเหมือนเราเขาจึงนินทาว่างั้นเหอะ

           ส่งยิ้มให้เธอแล้ว ไม่แยแส : ยังดี..นะเนี่ย ที่เธอไม่ด่ากลับมา นี่แสดงว่าเธอยังมีน้ำใจดีอยู่บ้างโอ.. ซาบซึ้งเหลือเกิน ถึงเราจะแห้ว..แต่เราก็ยังประทับใจในความดีของหล่อน

           โดนแม่ด่าแต่เช้าตรู่ : แม่ด่าเรา แสดงว่าแม่ยังรักและห่วงใยเราอยู่ โห..ซาบซึ้งมากเลย อีกอย่างหนึ่งในคำด่าของ แม่ต้องมีอะไรดีๆ ซ่อนไว้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นแม่ไม่ด่าซ้ำ ๆเรื่องเดิม ๆ อย่างนี้หรอก

           ครูสอนไม่รู้เรื่องเลย : ท้าทายมาก ..ท้าทายมาก นี่หมายความว่าคุณครูกำลังท้าทายเราว่าถ้าข้าสอนห่วยๆ แบบนี้ เอ็งจะรู้เรื่องหรือเปล่า อย่างนี้ยอมไม่ได้..เราต้องขวนขวายเอาเอง เพื่อพิสูจน์กึ๋นให้คุณครูรู้ว่าเรานี้ก็ไม่เบาเหมือนกาน..น


            เพื่อนหักหลัง : ไม่เป็นไร..ขอกันกินมากกว่านี้ แต่น่าสงสารนายนะ เพราะนิสัยของนาย คงจะทำให้นายต้องเสียเพื่อนไปหมดทุกคนในไม่ช้า เพราะคงไม่มีใครหรอกที่จะไว้ใจคนที่หักหลังเพื่อน.

           เพื่อนล้อว่าเสี่ยว : โห..! ตัวเรานี่มีอะไรดีๆ เยอะแยะ แต่พวกนายกลับมองไม่เห็นคุณค่าสงสัยว่าการมองโลกของพวกนายคงจะมีปัญหาแล้วล่ะ เสียใจด้วยนะ.ที่นายคงหมดโอกาสจะได้คบกับคนดี ๆ อย่างเรา

           เช็คเมล์เจอแต่ : ทดสอบ ๆ ทดสอบพลังจิต ถ้าเราลบเมล์พวกนี้ทิ้งจดหมายขยะ แสดงว่าจิตใจของเราเข้มแข็ง ชวนดูรูปโป๊ ถ้าเปิดดู ก็อ่อนแอ (เผลอ ๆ โดนหลอกให้เปิดไวรัสอีกต่างหาก อิอิ)

           วันหยุดการบ้านเพียบ : สบายมาก..คุณครูกำลังท้าทายความสามารถของเรา(อีกแล้ว) เรารู้ทันหรอกน่า การบ้านเยอะอย่างนี้เราก็ว่าดีนะ เพราะได้ฝึก ตัวเองให้เป็นคนสู้งานหนัก ถ้าเราสู้ไม่ถอยในวันนี้ อนาคตไปโลด

           อกหักอีกแหล่ว : ไม่เป็นไร ได้เรียนรู้ชีวิต นี่ป็นการพิสูจน์สัจจธรรมอีกครั้งว่า รักแท้คือแม่เรา ว่าแต่ตัวเราเอง คอยปรับปรุงตัวเองให้ดีๆ เหอะ ชีวิตดีขึ้นเดี๋ยวก็มีคนมาชอบเราเองแหละ

           รถติดหงุดหงิดๆ : นั่งสมาธิมันเสียเลย จิตใจสว่างไสว เรียนหนังสือจะได้จำแม่น ง่ายจะตาย หลับตาหายใจเข้าออกลึก ๆ นับ 1 2 3 4 5 ดูลมหายใจ เข้าออกเพลินๆ ไม่ต้องไปรอคอยอะไร

           โห..ใช้เงินเพลิน : " เงินหมด ก็อดอย่างเสือ" ดีสิ..จะได้ฝึกนิสัยอดทนสักระยะ หมดเรียบเลย ยังมีคนอื่นที่ทุกข์มากกว่าเราเยอะแยะ ทุกข์ของเรามันแค่เรื่องขี้ผง

           เพื่อนมีมือถือ แต่เราไม่มี : โชคดีแล้วล่ะที่ไม่มี มือถือเนี่ยตัวดูดเงินเลย วัยรุ่นบางคน เมาท์จนล้มละลาย อย่าเห่อไปตามกระแสหน่อยเลย ชีวิตนี้ไม่ได้ดีขึ้นเพราะมือถือหรอกนะ

           เราหน้าตี๋ กลม ๆ เหมือนดวงจันทร์ ..อายจัง : โด่..หล่อจะตาย สมัยก่อนนู้น เขาคลั่งไคล้ มาก ขนาดที่เมืองจีน เวลาปั้นพระพุทธ รูป เขายังปั้นให้หน้าอูม ๆ เลย จริงอยู่สมัยนี้เขานิยมคนหน้าตาแบบลูกครึ่งฝรั่ง แต่อีกหน่อยก็เลิกฮิต เชื่อเหอะ ไม่แน่นะ ในอนาคตแฟชั่นหน้าตี๋อาจจะกลับมานิยมอีกก็ด้าย...อ้อ ! อีกอย่างสมัยนี้ สาว ๆ ที่ฉลาด เขาชอบคนดีมากกว่าคนหล่อ นะจะบอกให้

           ชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเราง่ะ : ธรรมดาเลย.. ปิ๊งใครง่าย ๆ มันก็ต้องกิน"แห้ว"ประจำ ที่จริงชีวิตของเรานั้นมีคุณค่ามากนะ จะปล่อยให้เรื่องเล็กๆ แค่นี้มาทำให้ชีวิตของเราไร้ค่าได้อย่างไร ทำตัวเองให้มีค่า ดีกว่า เดี๋ยวก็มีคนดี ๆ มาชอบเราเองหรอกน้า..า

           เฮ้อ ! แฟนดูรูปโป๊ประจำ : ดูเข้าไปเลย..เห็นพระท่านว่าพวกผู้ชายที่ชอบดูรูปโป๊มาก ๆชาติหน้าพวกนี้จะไปเกิดเป็นผู้หญิงกันหมดเพราะจิตใจฝักใฝ่แต่รูปร่างผู้หญิง ดีสม..! ชอบเอา เปรียบกันนัก ไปเกิดเป็นผู้หญิงเองเสียบ้าง จะได้รู้สึก(เขาเรียกว่าไป "ที่ชอบๆ" ฮิ ฮิ)

           ผิดหวังผลสอบ : เรียนแล้วได้วิชาความรู้ ดูหนังสือแทบตาย มันก็เหมือนทำงานแล้วได้เงินเดือน ได้แค่ เกรด B การได้เกรด A ก็คล้ายๆ กับว่าเราได้โบนัสทีนี้ถึงเราจะไม่ได้โบนัส มันก็ไม่น่าจะเสียใจอะไร ก้อเราได้เงินเดือนแล้วนี่นา

วิธีดูแลความรัก ให้ยั่งยืน

วิธีดูแลความรัก ให้ยั่งยืน



วิธีดูแลความรัก ให้ยั่งยืน

          1. อย่าเขินที่จะบอกรัก ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าคุณจะบอกคำว่า  " รัก " ให้กับคนที่คุณรู้สึกดีด้วย ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวคนอื่นบอกเขาคนนั้นของคุณตัดหน้าไปแล้วจะแย่นะ

          2 จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ

          3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย

          4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ  พยายามลดความก้าวก่ายในตัวเขาให้น้อยลง  อย่าทำให้เขารู้สึกว่าเขามีไม่สิทธิ์ที่จะทำอะไรเลยทั้งที่เป็นเรื่องของเขาเอง  คอยเป็นกำลังใจให้เขาจะดีกว่านะ 

          5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

          6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

          7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

          8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

          9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

          10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

          11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

          12. ดูแลตัวเองให้เก๋ ดูดีอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

          13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

          14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

          15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

          16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน

          17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

          18. อย่าอายที่จะขอโทษ  เพราะการขอโทษไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอะไร  เพราะฉะนั้นจะเป็นไรไปถ้าคุณทำผิดแล้วกล่าวคำว่า  " ขอโทษ "  คนที่ฟังอยู่จะรู้สึกดีกับคุณมากขึ้นนะ

          19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย


          20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

          21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ

          22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

          23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

          24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้

          25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า



คำพูดของชาย..เชื่อได้จริงเหรอ !?

คำพูดของชาย เชื่อได้จริงเหรอ!?


คำพูดของชาย เชื่อได้จริงเหรอ!?

           ใครว่า มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ “ปากกับใจไม่ตรงกัน” คงไม่จริงเสมอไปมั้ง เพราะผู้ชายเองย่อมเคย “โป้ปดมดเท็จ” เอ้ย . . . กลั้นใจพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ บ้างหรอกน่า แต่การโป้ปดมดเท็จ ซึ่งคือการโกหกดีๆนี่แหละ ไม่เหมือนกับ “การพูดอย่าง แต่ใจคิดอีกอย่าง” ซะทีเดียว แต่มีความใกล้เคียงกันมากระหว่างการกระทำในสองลักษณะนี้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับเจตนาของฝ่ายที่พูดออกมาแหละ ว่าต้องการโกหกไปเลย หรือว่า แค่ไม่ได้พูดอย่างที่ใจคิดไว้เท่านั้น

           และคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผู้หญิงไม่ชอบให้แฟนโกหกหล่อนแน่ๆ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? ขอเพียงอย่าพูดเรื่องจริงเกี่ยวกับสังขารของหล่อนที่เริ่มหย่อนยาน, ไม่เต่งตึง, อ้วนท้วม, มีไขมันเยอะและมีรอยตีนกาเป็นใช้ได้ เพราะหนุ่มๆ ใช่ว่าสังขารจะอยู่ยงคงกระพันซะหน่อย เวลาจะแก่ มันก็แก่กันทั่วหน้าแหละ แต่ผู้หญิงอาจดูเหมือนแก่เร็วกว่าเท่านั้น

งั้นแซมเปิ้ลให้ฟังละกันว่า เวลาผู้ชายปากกะใจไม่ตรงกันน่ะเป็นไงน้า? ก็อย่างงี้ไง . . .

           ถ้าเค้าพูดว่า ขอโทษนะครับ โทรศัพท์ที่บ้านของผมใช้ไม่ได้ ดังนั้น ถ้ามีอะไร ขอให้คุณ (สาวที่เค้ากำลังแจกขนมจีบ) ช่วยโทร ไปหาผมทางโทรศัพท์มือถือนะคร้าบ

           แต่ความหมายที่แท้จริงของเค้าก็คือ ผมไม่อยากให้สาวๆ ที่กำลังจีบอยู่น่ะ โทรศัพท์ไปหาเค้าที่บ้านน่ะเซ่ ...เอ๊ะ หยั่งงี้น่าสงสัยแฮะ ว่า มีเมียแล้วรึเปล่า? ถึงไม่อยากให้ฝ่ายหญิงโทรไปจุกจิก จ๊ะจ๋าถึงที่บ้านเค้าน่ะ ทั้งๆ ที่คุยกันที่บ้านน่าจะได้รสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มกว่าตั้งเยอะ แล้วก็แปลกแฮะ ถ้าหนุ่มรายนี้ฉลาดจริง แล้วไปบอกเบอร์ที่บ้านของตัวให้สาวที่เค้ากำลังคั่วอยู่รู้ทำไมน้าว่า เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านเค้าน่ะเบอร์อะไร? น่าให้แต่เบอร์โทร มือถือไปก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องแก้ต่างกัน

           อ้อ....แต่มีงี้ ฝ่ายชายไม่ได้บอกเบอร์ที่บ้านหรอก แต่อีหนูสิสืบว่า โทรศัพท์ที่บ้านเค้าเบอร์อะไร เพื่อหวังตามตื๊อ หรือไม่ก็อยากรู้ว่า เค้าซุกใครอยู่ที่บ้านรึเปล่า? โธ่ เดี๋ยวนี้สาวๆน่ะ ใช่ย่อยที่ไหนล่ะ นี่ยังนึกไม่ออกเลยว่า ยังมีสาวติ๋มๆไม่ทันโลกเหลืออีกสักกี่คน เพราะสาวใจถึงทั้งถึงเนื้อถึงตัวและกล้าได้กล้าเสีย แถมไวต่อการมีสัมพันธ์สวาทกับหนุ่มๆเยอะนะ แต่ หล่อนคงไม่ให้แอ้มฟรีๆหรอกเชื่อดิ

           ถ้าเค้าพูดว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่น่ะจู้จี้จุกจิก แถมยังชอบจับผิดและฟื้นฝอยหาตะเข็บอยู่ได้ . . . เชอะ ทำอย่างกะว่า ผู้ชายไม่เป็นงี้งั้นแหละ

           แต่ความหมายที่แท้จริงของเค้าคือ ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบผม . . . ต่างหากล่ะ จึงโบ้ยความไม่ดีไม่งามไปที่สาวๆซะเลย เออ . . . หาแฟนไม่ได้แล้ว พาลไปพูดถึงจุดอ่อนของผู้หญิงก็มีด้วย ซึ่งแหงล่ะ บางคนก็เป็นหยั่งงี้จริงไม่เถียงหรอก โถ . . . เพราะเค้ามีทัศนคติที่ไม่โสภาสถาพรกับผู้หญิงแบบนี้แหละว้า ถึงไม่มีสาวรายใดอยากเป็นแฟนด้วยก็ได้ โธ่ น่าจะรู้อยู่ แล้วว่า ผู้หญิงน่ะช่างเจรจา แต่บทหล่อนจะไม่พูดขึ้นมา ก็เงียบ กริบได้ ไม่ใช่ปากไม่มีหูรูดซะหน่อย

           พูดก็พูด ไม่มีใครในโลกหาแฟนไม่ได้หรอก บางทีอยู่เฉยๆ ยังมีใครก็ไม่รู้มาชอบเราก่อนโดยไม่ทันรู้ตัวยังมีเลย เว้นแต่เราไม่อยากมีแฟนเอง ก็เลยไม่มีสมใจนั่นแหละ ดังนั้น กรณีของหนุ่มรายนี้ จึงไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายก่อนนะ ทางที่ดีหันกลับไปพิจารณาตัวเองดีกว่าว่า ทำไมสาวๆถึงไม่ชอบเค้า เช่น ชอบทำตัวเป็นอันธพาลรึเปล่า? พาสาวไปเที่ยวแล้วทำเป็นลืมกระเป๋าตังค์บ้างไหม? หรือไม่เคยจริงใจกะใครเลย ก็ไปลงนรกเสียเถอะที่รัก . . . เอ้ย . . . ปล่อยให้อยู่คนเดียวซะให้เข็ดน่ะดีแล้ว

           ถ้าเค้าพูดว่า ผมขอเช็กก่อนนะครับว่า วันเสาร์หน้าผมติดธุระอะไรรึเปล่า? เพราะไม่ แน่ว่าจะได้เจอคุณได้ไหม?

           ส่วนความหมายที่แท้จริง คือ ผมกำลังรออยู่นะว่า ฝ่ายหญิงที่เค้ากำลังหลีอยู่นั่นน่ะ จะมี ข้อเสนอเด็ดๆ อะไร ให้มาเจอกันในวันหยุดสุดสัปดาห์อ่ะดิ แหม ทำเป็นลีลาเล่นตัวกะสาวๆ ไปได้ ฮี่โธ่ แล้วกิจกรรมอะไรล่ะ ที่เค้าคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ถือว่า เด็ดสะระตี่ที่สุดในความต้องการของเค้าน่ะ เอ้าทายสิ? ชวนเค้าไปเยี่ยมพ่อแม่ของฝ่ายหญิงรึ . . . ไม่ใช่ มั้ง

           แต่เอ้  . . . อาจใช่สำหรับชายที่รักจริงก็ได้ หรือว่าชวนกันไปเที่ยวชายทะเล เพื่อเค้าจะได้เห็นเรือนร่างอะร้า อร่ามในชุดว่ายน้ำของฝ่ายหญิงน้า เชื่อรึว่า เค้าไม่เคยคิดเรื่องทำนองนี้ เพราะเค้าอาจคิดลึกไปกว่านี้ก็ได้ อีกอย่างหนุ่มคนไหนน้าไม่อยากแต๊ะอั๋งสาวที่คบด้วยน่ะ เฮ้อ! ยังมีสุภาพบุรุษเหลืออยู่อีกสักกี่คนเชียว

           ถ้าเค้าพูดว่า ผมกลัวการผูกมัดครับ.... แหมรีบสารภาพเลยนะ

           ส่วนความหมายที่แท้จริงน่ะเหรอ แสดงว่า ผมยังอยากมีเซ็กซ์หลับนอนกับคุณ (สาวรายนี้) และขณะเดียวกัน ต้องให้ผมได้เซ็กเซอไซส์กับสาวอื่นด้วยนะ . . . ฟังแล้วน่าร้าก น่ารัก เพราะเค้าไม่ค่อยเห็นแก่ตัวเลยอ่ะ . . . นี่ประชดนะเฟ้ย หยั่งงี้คงไม่ใช่กลัวการผูกมัดแล้วล่ะ แต่กลัวตัวเองจะไม่ได้ตายคาอก เอ้ย . . . ชวนสาวคนอื่นขึ้นเตียงมากกว่า แบบว่าเป็นพวกเซ็กซ์เสรี เตียงนี้เพื่อสาวๆแหงเลย

           ถ้าเค้าพูดว่า ผมจะโทรไปหานะ

           ความหมายที่แท้จริงคือ ผมไม่อยากโทร.ไปหาสาวคนนี้ร้อก แต่อยากได้เครดิตจากฝ่ายหญิง ว่าผมเป็นคนดีแค่ไหนที่โทร.ไปหาเธอ โดยไม่ต้องให้เธอโทร.หาก่อนไง

           อู้ย เป็นคนดีแบบลวงโลกก็ได้ด้วย ควรให้เครดิตเค้ามั่ง แต่เป็นคะแนนติดลบด้านไร้ความจริงใจนะซี ถ้าสาวรายใดสามารถรับมือกับหนุ่มกะล่อนได้ล่ะก็ แจ๋วไปเลยน้อง

           ถ้าเค้าพูดว่า ผมจะจัดงานเลี้ยงเนื่องในวาระครบรอบการแต่งงานของพ่อแม่ของผม และอยากให้คุณ (ฝ่ายหญิง) มางานนี้ด้วย มานะครับ ผมอยากให้มา

           ถ้าพูดงี้ก็แสดงว่า เค้ารักคุณเข้าอย่างจังแล้วน่ะซี ไม่งั้น จะชวนสาวมาพบพ่อแม่เค้าทำไมล่ะ . . . เห็นมะ คิดแล้วเชียว ว่าถึงไงก็ยังมีหนุ่มดีๆ เหลือไว้ให้สาวแสนดีจนได้ แต่เค้าจะเป็นแฟนที่ดีสม่ำเสมอหรือไม่ คิดซะว่า ถ้าไม่ลองคบ ก็ไม่รู้ละกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างเข้ากันได้ก็โชคดีไปอ่ะดี้

23 de abril

"ทำไมไม่ได้ขึ้นเงินเดือน"

(เรื่อง นี้ห้ามส่งให้ HR แผนกบุคคล เด็ดขาดนะ  เพราะแค่นี้ก้อแย่ แว้ ว!)

 หลังจากทำงานไปได้ 2 ปี หนุ่มคนหนึ่งก้อเริ่มสงสัยว่า ทำไม้ ทำไม เค้าไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งและไม่ได้ขึ้นเงินเดือนเลย

    เช้าวันหนึ่งเค้าตัดสินใจเข้าไปพบผู้จัดการแผนก บุคคล และคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฝ่ายบุคคลได้ฟังข้อสงสัยของเค้า จึงได้หัวเราะ เชิญให้เค้านั่งลงและพูดว่า....

ฝ่ายบุคคล: นี่คุณ คุณจะให้ผมขึ้นเงินเดือนให้ คุณได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่ได้ทำงานที่นี่เลยแม้แต่วันเดียว

ชายหนุ่ม ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก  แต่ฝ่ายบุคคลก็ยังคงใจเย็นและอธิบายต่อไป

ฝ่ายบุคคล: ไหนคุณตอบคำถามผมหน่อยสิ ในหนึ่งปี มี กี่วัน

ชายหนุ่ม: 365 วัน และบางปีก็ 366 วันครับ

ฝ่ายบุคคล: แล้วในหนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง

ชายหนุ่ม: 24 ชั่วโมง ครับ

ฝ่ายบุคคล: แล้วในหนึ่งวัน คุณทำงานกี่ ชั่วโมง

ชายหนุ่ม: 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น มีพัก 1 ชั่วโมง...ทำงาน 8 ชั่วโมง ครับ

ฝ่ายบุคคล: อาฮะ...แสดงว่า คุณทำงานเท่าไหร่ต่อ หนึ่งวัน

ชายหนุ่ม: ก้อทำ 8/24 ชั่วโมง ก้อแปลว่า 1/3 ก้อ คือทำงาน 1 ใน 3 ของวันครับผม

ฝ่ายบุคคล: โอเค! ขอบคุณมาก งั้นลองมาคิดต่อนะ คุณทำงาน 1 ใน 3 ของ 366 วัน แสดงว่า คุณทำงานกี่วัน

ชายหนุ่ม: 1 ปี ผมทำงาน 122 วันครับ (366 หาร 3=122 วัน)

ฝ่ายบุคคล: เอาล่ะ ปกติคุณมาทำงานวันเสาร์- อาทิตย์ ด้วยรึเปล่า

ชายหนุ่ม: ไม่ได้มาครับ

ฝ่ายบุคคล: แล้วปีหนึ่งมีวันหยุดสุดสัปดาห์กี่ วัน

ชายหนุ่ม: มีวันเสาร์ 52 วัน วันอาทิตย์ 52 วัน รวมเป็น 104 วันครับ

ชายหนุ่ม: งั้นตกลงคุณทำงานกี่วัน

ชายหนุ่ม: 122 - 104 =18 วันครับ (เสียงเริ่ม อ่อย)

ฝ่ายบุคคล: โอเค...ปกติผมอนุญาตให้คุณลาป่วยได้ ปีละ 2 อาทิตย์ ซึ่งก็คือ 14 วัน ตกลงตอนนี้คุณเหลือเวลาทำงานกี่วัน

ชายหนุ่ม: 18-14 =4 วันครับ

ฝ่ายบุคคล: แล้ว วันปีใหม่ คุณมาทำงานมั้ย?

ชายหนุ่ม: ไม่ครับ

ฝ่ายบุคคล: วันแรงงานล่ะ

ชายหนุ่ม: ไม่ครับ

ฝ่ายบุคคล: ตกลงเหลือกี่วัน

ชายหนุ่ม: 2 วันครับ

ฝ่ายบุคคล: วันพ่อ มาทำงานมั้ย?

ชายหนุ่ม: ไม่มาครับ

ฝ่ายบุคคล: ตกลงเหลือกี่วันล่ะ?

ชายหนุ่ม: 1 วันครับ

ฝ่ายบุคคล: แล้ว วันแม่ล่ะ หยุดมั้ย?

ชายหนุ่ม: หยุดครับ

ฝ่ายบุคคล: ตกลงปีหนึ่งคุณทำงานให้บริษัทกี่วัน เนี้ย?

ชายหนุ่ม: ไม่ได้ทำเลยครับ!!!

ฝ่ายบุคคล: อ้าว!! แล้วนี่คุณจะมาเรียกร้องอะไร อีกล่ะ?

ชายหนุ่ม: ผมเข้าใจแล้วครับ ผมไม่เคยรู้เลยว่า ทุกวันนี้ผมมาทำงาน เงินเดือนที่ผมได้เหมือนกับขโมยบริษัทมาเปล่า ๆ เลย ครับ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...อย่าแม้แต่จะไป คิดถึง การขอความช่วยเหลือจากแผนก HR เลยจ้า!


 

การแปล..ที่สุดมั่ว

การซื้อแผ่น DVD (เถื่อน) ที่ไม่ใช่ Copy จาก Master จะเจอ Subtitle แบบนี้
สำหรับคนที่เคยซื้อแผ่น DVD เถื่อนที่มี Sup ไทย คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเรื่องที่แปลมั่ว
โดยเฉพาะแผ่นทางมาเลย์ คนก๊อปมันจะใช้เครื่องแปลอัตโนมัติ ทำให้แปลออกมาแหม่ง ๆ ดังนี้
วันนี้เลยเอาตัวอย่างการแปลสุดมั่วมาให้ดูกัน
1. "Roger that!" ="โรเจอร์ นั่น!"
2. "Freeze!" = "การแข็งตัว!"
3. "Hang on." = "ห้อยไว้"
4. "King of Gondor" = "เจ้าแห่งคอนโด!!" (จาก LOTR)
5. "He's falling down." = "เขากำลังล้มเหลว" (ตะโกนออกมาตอนเครื่องบินตก)
6. "Uh, Mr. pathetic, you've had a crush on her since high school." = "คุณพาเธทิค คุณชนหล่อนตั้งแต่อยู่ ม.ปลาย" (จากเรื่อง Garfield)
7. "I think that's not right." = "ฉันคิดว่านั่นไม่ใช่ทางขวา" (จากเรื่อง Prince and Me)
8. "Fire in the Hole!!' = "ไฟในรู!!!" (ทำให้ฉากสงครามน่ากลัวขึ้นหลายเท่า)
9. "Holy s-h-i-t!" = "อุจจาระศักดิ์สิทธิ์!"
10. "Come on, man." = "มานี่อย่างลูกผู้ชาย"
11. "Fine!" = "ค่าปรับ!"
12. "Oh my goodness." = "โอ้ความดีของฉัน"
13. "Where 's the head? " = "หัวอยู่ไหน?"......."I'mgonna go to the head" = "ฉันจะไปที่หัว" (สองอันนี้เป็นตอนที่เขาจะไปหาผู้บังคับบัญชา)
14. "Count Dooku" = "คำนวณดูกู!!" (อันนี้กูเจอเองกับตาจาก Star Wars : Episode II)
15. "Keep the change." = "ให้มันเปลี่ยนแปลง" (จากเรื่อง My Big Fat Greek Wedding ตอนที่พระเอกให้นางเอกเก็บตังค์ทอนไว้)
16. "ในฉากยิงกันของหนังเรื่องหนึ่ง เพื่อนพระเอกเข้ามาช่วย..."Don't worry, Igot your back." ="ไม่ต้องกังวล ฉันเอาหลังของคุณ" (หนังสงครามกลายเป็นหนังเกย์)
17. "Blue Pill, Red Pill." = "หมอนน้ำเงิน หมอนแดง" (จาก The Matrix)
18. "abandon ship = "เรืออะแบนด้อน!!" (อันนี้มาจาก Pirates of the Carribian)
19. "What are you up to? " = "คุณจะขึ้นไปถึงไหน?" (นี่ก็จาก Pirates of the Carribian)
20. "I'm fine." ="ฉันคือค่าปรับ"
21. แกนดาล์ฟ : Dont' tempt me Frodo. = อย่าล่อข้า โฟรโด (LOTR) (อันนี้ฮามาก)
22. ท่าไม้ตายนางเอกในเรื่อง Kill Bill ... "Five-Point-Heart-Attack Palm" แปลสั้น ๆว่า "ท่าต้นปาล์ม"
23."Shut up, baby." = "ปิดประตูซะเด็กน้อย"
24. "May the Force be with you." = "บางทีฉันอาจอยู่กับคุณ"
25. "I'll kick your ass." = "ฉันจะยอมเป็นเมียแก" (เชี่ยนี่หมกมุ่น)
26. เครื่องบินกำลังจะตก..."Mayday! Mayday! " = "วันแรงงาน! วันแรงงาน!" (โอย...กูจะบ้า)
27. "Good morning, honey." = "สวัสดี คุณน้ำผึ้ง"
28. จาก Notting Hill ... "Time for bed." = "ขึ้นเตียงกันเถอะ" (ไม่มันก็กูซักคนนี่แหละ ที่หมกมุ่น)
29. จาก The Terminal พนักงานบอกให้พระเอกกรอก ...Light-Green Form... "กรอกแบบฟอร์มไฟเขียวด้วยค่ะ"
30. "Do you want to take a shower?" = "เธออยากแสดงอะไรให้ฉันดูไหม?" (จาก Monster)
31. "To the fairest." = "ให้คนที่แฟร์ ที่สุด"
32. "Farewell." = "แฟร์ดี" (จากเรื่อง Helen of Troy)
33. "Oh mother damn! she shot at you with her eye close!" = "โอ้สาบแช่งแม่เธอยิงประตูด้วยตาของเธอที่ถูกปิดที่คุณ" (เชี่ยนี่บ้าบอล)
34. "Now, you've pissed me off!" =  "ตอนนี้คุณปัสสาวะที่ฉันห่าง"
35. "Flame of hell" = "กรอบจากนรก"
36. "It's my father's piane." = "นี่คือแผนของพ่อฉัน" (ฉากหลังมีเครื่องบินจอดอยู่ 1 ลำ)
37. "Come on." = "มาบน"
38. "Can you hear me?" = "กระป๋อง คุณได้ยินฉันมั้ย" (อันนี้สุดยอด)
จบแย้ว............
 
 ต้นอ้อ...ที่ไม่หวาน
 
 
 
 
03 de abril

ข้อคิดในการดำเนินชีวิต

1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
2. หัดทำสิ่งดี ๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
3. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
4. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้
5. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง" แต่อย่าให้ถึง"สาม"
6. อย่าวิจารณ์นายจ้างถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็"ลาออก"ซะ
7. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
8. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน
9. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
10. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
11. ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อย ๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะสงครามใหญ่
12. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด
13. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด...สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
14. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
15. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่ายถ้ามีใครมาถามเราว่า  "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกเขาไปเลย   ว่า  "สบายมาก"
16. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง  เท่า ๆกับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ , ไมเคิลแอนเจลโล , แม่ชีเทเรซา, ลีโอนาร์โด ดา วินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง
17. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีตเราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำมากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
18. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
19. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
20. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้   ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
21. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
22. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
23. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว"
24. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ คุณทำอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า?

                    ~จาทำได้มัยนะ... ?